Header Ads

อัพเดทข่าวด่วน
recent

ตำรวจแถลงจับยาบ้า 2.9 ล้านเม็ดวันนี้ ยืนยันเดินหน้าปรามปรามจนกว่าจะมีการเปลี่ยนกฎหมาย


ตำรวจแถลงจับยาบ้า 2.9 ล้านเม็ดวันนี้ ยืนยันเดินหน้าปรามปรามจนกว่าจะมีการเปลี่ยนกฎหมาย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงเดินหน้าปราบปรามและจับกุมยาเสพติด รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุยังไม่เปลี่ยนแนวทางจนกว่าจะมีการเปลี่ยนกฎหมาย พบตัวเลขผู้ต้องขังคดียาเสพติดสูงจนคุกแออัด
เช้านี้ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา แถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน มีของกลางคือ ยาบ้า 2.9 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 52 ก.ก. และยาเคตามิน 50 ก.ก. รถกระบะ 1 คัน รถเก๋ง 2คัน โทรศัพท์ 2 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท
โดยพล.ต.อ.จักรทิพย์ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล
สำหรับประเด็นเรื่องการเสนอให้เอาตัวยาเมทแอมเฟตามีนออกจากบัญชียาเสพติดและแนวทางการเยียวยาผู้ติดยาเสพติดแทนการลงโทษ ซึ่งเสนอโดยพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจนเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์นั้น พล.ต.อ. พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า ตำรวจไม่ได้ปฏิเสธแนวคิดดังกล่าว แต่ขณะนี้กฎหมายยังไม่เปลี่ยน การปรามปรามจับกุมยาบ้าหรือสารเสพติดผิดกฎหมายก็ยังคงเป็นสิ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการต่อเนื่อง
พล.ต.อ.พงศพัศระบุด้วยว่า สำหรับแนวคิดเรื่องการเยียวยาผู้ติดยานั้น เข้าใจว่ามีแนวคิดที่ต้องการให้ผู้เสพหายเป็นปกติ และอาจจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งทีเป็นองค์ประกอบของยาบ้า เป็นสารตั้งต้น นำมาใช้ในการบำบัดรักษาด้วย แต่ก็ต้องคิดกรรมวิธีที่จะทำให้หายขาด ไม่ใช่บำบัดอยู่ 6 เดือน แล้วออกไปติดยาอีก
สำหรับข้อถกเถียงในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยประเด็นนี้คึกคักอย่างต่อเนื่องหลังจาก รมต. ยุติธรรม เสนอแนวคิดเรื่องการเอาสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาบ้าออกจากบัญชียาเสพติด พร้อมทั้งเสนอว่าต้องเยียวยาผู้ติดยามากกว่าจะปฏิบัติอย่างนักโทษ โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว โดยบางส่วนเชื่อว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริงและจะทำให้ยาบ้าระบาดหนัก ขณะที่บางส่วนเชื่อว่าเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสากล ที่เริ่มหันมาปฏิบัติต่อผู้ติดยาโดยเน้นการบำบัดฟื้นฟู ขณะที่ยังคงต้องเอาผิดต่อผู้ผลิตและผู้ค้า
พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ในรอบกว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลายประเทศทั่วโลกทบทวนวิธีคิดว่าจะอยู่กับยาเสพติดอย่างไรหลังจากแนวทางการปราบปรามไม่สัมฤทธิ์ผล และการจับคนเสพยาไปไว้ในคุก ก็คือการเอาคนป่วยไปอยู่ในคุก ซึ่งไม่ใช่ที่รักษาหรือบำบัด
ทั้งนี้ เว็บไซต์ไทยพับลิกาเคยเสนอรายงานเรื่องนักโทษคดียาบ้ากำลังล้นคุกไทยเมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว ให้ข้อมูลว่าปัจจุบัน สภาพในเรือนจำของประเทศไทยนั้นแออัดเป็นอันดับ 6 ของโลก โดยเรือนจำทั้วประเทศที่มีศักยภาพรองรับนักโทษได้ 160,000 คนนั้น มีนักโทษอยู่เกินกว่า 300,000 คนแล้ว และในจำนวนนี้ราว 60-70 เปอร์เซนต์เป็นนักโทษคดียาเสพติด


ที่มา https://www.facebook.com/BBCThai/ 

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.